ข้อบังคับ สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนท่าเรือ "นิตยานุกูล"



หมวดที่ 1 ความทั่วไป
ข้อ 1 สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนท่าเรือ "นิตยานุกูล"
ข้อ 2 เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็นรูปวงกลม  2  วง  วงกลมเล็กซ้อนอยู่ในวงกลมใหญ่ระหว่างวงแหวนของวงกลมด้านบนเขียนชื่ออักษรย่อ ว่า  ส.น.ก.  และวงแหวนส่วนล่างมีตัวอักษรเขียนว่าสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนท่าเรือ "นิตยานุกูล" ตรงกลางของวงกลมเป็นรูปดาวเทียมส่องสว่างซ้อนอยู่บนดอกอะเคเชียรูปของ เครื่องหมายสมาคม
ข้อ 3 สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่  ณ   โรงเรียนท่าเรือ "นิตยานุกูล"  เลขที่  75  ตำบลท่าเรือ  อำเภอท่าเรือ  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ข้อ 4 วัตถุประสงค์ของสมาคมเพื่อ
4.1  ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน ครู นักเรียนและศิษย์เก่า เพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างบ้านและโรงเรียน
4.2  เพื่อความร่วมมือแก้ปัญหาทางด้านต่าง ๆ ของนักเรียน
4.3  เพื่อให้ศิษย์เก่ามีโอกาสร่วมมือในการจัดการศึกษา
4.4  เพื่อส่งเสริมการศึกษาและความเจริญทุกด้านของโรงเรียนท่าเรือ "นิตยานุกูล"
4.5  เพื่อส่งเสริมสวัสดิภาพของนักเรียนและเยาวชน
4.6  เพื่อส่งเสริมให้ครูและนักเรียนได้มีโอกาสศึกษาประสบการณ์ เพื่อพัฒนาการศึกษา เพื่อยกมาตรฐานความเป็นอยู่ทางบ้านของนักเรียนให้มีระดับสูงขึ้น
เพื่อเผยแพร่วิทยาการ และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์
4.7  สมาคมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
4.8  สมาคมไม่จัดตั้งโต๊ะสนุกเกอร์

ขึ้นบน
หมวดที่ 2 สมาชิก
ข้อ 5 สมาชิกของสมาคมมี  2  ประเภท คือ
5.1 สมาชิกสามัญ  ได้แก่ 5.1.1 ผู้บรรลุนิติภาวะ
5.1.2 บุคคลที่เคยเป็นหรือเป็นนักเรียนของโรงเรียนท่าเรือ "นิตยานุกูล"
5.1.3 เป็นผู้สนใจทางด้านการศึกษา โดยไม่จำกัดเพศ ชาติ ศาสนา
5.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติหรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคม ซึ่งคณะกรรมการมีมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

ข้อ 6 สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้
6.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
6.2 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
6.3 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
6.4 ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือ ต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษการต้องโทษคำพิพากษาของศาล ถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จะต้องเป็นในขณะสมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิก ของสมาคมเท่านั้น

ข้อ 7 ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม
7.1 สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก 10  บาท ค่าบำรุงเป็นรายปี ๆ ละ 50  บาท
ค่าบำรุงตลอดชีพคราวเดียว 100  บาท
7.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ข้อ 8 การสมัครเป็นสมาชิกของสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขานุการ โดยมีสมาชิกรับรองอย่าน้อย  1  คนและให้เลขานุการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้  ณ  สำนักงานของสมาคม เป็นเวลาอย่างน้อย  15  วัน  เพื่อให้สมาชิกอื่น ๆ ของสมาคมได้คัดค้านการสมัครนั้นเมื่อครบกำหนดประกาศแล้วก็ให้เลขานุการนำใบสมัคร และหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้วผลเป็นประการใดให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว

ข้อ 9 ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จภายใน  30  วัน นับแต่วันที่ได้แจ้งจากเลขานุการ และสมาชิกภาพ ของผู้สมัครนั้นให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในกำหนดให้ถือว่า การสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก

ข้อ 10 สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการ ได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมได้มาถึงยังสมาคม
ข้อ 11 สมาชิกภาพของสมาชิกสามัญ ให้สิ้นสุดลงด้วยสาเหตุ ดังต่อไปนี้
11.1 ตาย
11.2 ลาออกโดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการ ได้พิจารณาอนุมัติและสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย
11.3 ขาดคุณสมบัติของสมาชิก
11.4 ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้นประพฤติตนนำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อสมาคม

ข้อ 12 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
12.1  มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยท่าเทียมกัน
12.2  มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ
12.3  มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
12.4  มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคม
12.5  สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคม และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่าง ๆในที่ประชุมได้คนละ 1 คะแนนเสียง
12.6  มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและทรัพย์สินของสมาคม
12.7  มีสิทธิเข้ารวมชื่อกันอย่างน้อย 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมวิสามัญได้
12.8  มีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบ และข้อบังคับของสมาคมอย่างเคร่งครัด
12.9  มีหน้าที่ประพฤติให้สมเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
12.10  มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคม
12.11  มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
12.12  มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

ขึ้นบน
หมวดที่ 3 การดำเนินกิจการสมาคม
ข้อ 13 ให้คณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย  11  คนอย่างมากไม่เกิน  25  คน  คณะกรรมการนี้ ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคมและให้ผู้ที่ได้เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ เลือกตั้งกันเองเป็นนายกสมาคม 1 คน  และ อุปนายก  2  คน  สำหรับตำแหน่งคณะกรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้งผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญเข้าดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ของสมาคม ตามที่กำหนดไว้ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมมีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปดังนี้
13.1  นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคมเป็นผู้แทนสมาคม ในการติดต่อกับบุคคลภายนอกและทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม คณะกรรมการและการประชุมใหญ่ของสมาคม
13.2  อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริการกิจการสมาคมปฏิบัติตาม หน้าที่ ที่นายกสมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถจำปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายก ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
13.3  เลขานุการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่ง ของนายกสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม
13.4  ผู้ช่วยเลขานุการทำหน้าที่เกี่ยวกับเกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมดและเป็นผู้ช่วยเลขานุการของสมาคมในการปฎิบัติกิจการของสมาคมและปฎิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคมตลอดจนทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของสมาคม
13.5  เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายบัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ
13.6  ปฎิคม มีหน้าที่ในการตอนรับแขกของสมาคม เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียม สถานที่ประชุมต่าง ๆ ของสมาคม
13.7  นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกของสมาคมประสานงานกับเหรัญญิก ในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
13.8  ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิก และบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
13.9  กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ตามความเหมาะสมซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้น โดยมีจำนวนรวมกับตำแหน่งกรรมการขั้นต้นแล้วจะต้องไม่เกิน ที่ข้อบังคับกำหนดไว้ ถ้ากรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่า เป็นกรรมการกลาง คณะกรรมการชุดแรก ให้ผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมเป็นผู้เลือกตั้งประกอบด้วยนายกสมาคม และกรรมการอื่น ๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม

ข้อ 14 คณะกรรมการของสมาคมอยู่ในตำแหน่งคราวละไม่เกิน  2  ปี เมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้วแต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียน จากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อนจนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่จะได้รับอนุญาตจดทะเบียนจากทางราชการและเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งและรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน  30  วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

ข้อ 15 ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควร เข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

ข้อ 16 กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิได้เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้
16.1  ตาย
16.2  ลาออก
16.3  ขาดจากสมาชิกภาพ
16.4  ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง
16.5  ล้มละลาย
16.6  ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทรจำคุก

ข้อ 17 กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

ข้อ 18 อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
18.1 มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้อง ไม่ขัดต่อข้อบังคับ
18.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
18.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรม จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
18.4  มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
18.5  มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่น ๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
18.6  มีอำนาจในการบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจ อื่น ๆตามข้อบังคับที่กำหนดไว้
18.7  มีหน้าที่รับผิดชอบกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
18.8  มีหน้าที่จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน  1  ใน  3  ของสมาชิกทั้งหมด ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน  30  วัน  นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
18.9  มีหน้าที่จัดทำหลักฐานเอกสารต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจการ ต่าง ๆ ของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้ เมื่อสมาชิกร้องขอ
18.10   จัดทำบันทึกการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน และจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
18.11   มีหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับนี้กำหนดไว้

ข้อ 19 คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยเดือนละ  1  ครั้ง โดยให้จัดขึ้นภายในวันที่  15 ของทุกๆ เดือน ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

ข้อ 20 การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 21ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเองเพื่อให้กรรมการ คนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

ขึ้นบน
หมวดที่ 4การประชุมใหญ่
ข้อ 22การประชุมใหญ่ของสมาคมมี  2  ชนิด
22.1  ประชุมใหญ่สามัญ
22.2  ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 23คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๆ ละ 1 ครั้ง ภายในเดือน มีนาคม ของทุกปี

ข้อ 24การประชุมใหญ่สามัญ อาจมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นโดยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการจัดให้มีขึ้น

ข้อ 25การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมให้สมาชิกทราบและการแจ้งจะต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล้วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และประการแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้ ณ สำนักงานของสมาคมไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุม

ข้อ 26การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
26.1แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
26.2แถลงบัญชีรายรับ - รายจ่าย และบัญชีงบดุลที่ผ่านมาให้สมาชิกทราบ
26.3เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เมื่อครบกำหนดวาระ
26.4เลือกตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี
26.5เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)

ข้อ 27ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญเข้าร่วมประชุมไม้น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ ประชุมก็ให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไปและให้จัดประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง หลังจากเวลาได้ล่วงเลยมาแล้วไม่น้อยกว่า  14  วัน นับตั้งแต่วันที่ได้เลื่อนการประชุมในครั้งแรก ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้นจากการร้องขอสมาชิกก็ต้องจัดประชุมใหญ่ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก สำหรับการประชุมครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใดก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม

ข้อ 28การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ 29 ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่ร่วมประชุมหรือไม่สามรถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งให้ทำ หน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

ข้อ 30 การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามีให้ฝากไว้ในธนาคารพาณิชย์

ข้อ 31 การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีรายชื่อของสมาคม หรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขานุการพร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงถือว่าใช้ได้

ข้อ 32ให้นายสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน  50,000  บาท  (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับการอนุมัตจากคณะกรรมการ และคณะกรรมจะอนุมัตให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน  100,000  บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเงินเกินกว่าจำนวนนี้จะต้องได้รับอนุญาตจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

ข้อ 33ให้เหรัญญิกมีอำนาจเป็นคนรักษาเงินสดของสมาคมไม่เกิน  10,000  บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันที่ที่โอกาสอำนวยให้

ข้อ 34เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ - รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือการจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทนพร้อม กับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

ข้อ 35ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมและจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต

ข้อ36ผู้สอบบัญชีมีอำนาจหน้าที่จะเรียกเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

ข้อ 37คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

ขึ้นบน
หมวดที่ 5 การเปลี่ยนแปลง
ข้อ 38ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่นั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกเข้าร่วมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า  2  ใน  3  ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ 39การเลิกสมาคมจะเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นการเลิก เพราะเหตุของกฎหมายมติของที่ประชุมใหญ่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ 40เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้รับการชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อนำมาบำรุงการศึกษาของโรงเรียนท่าเรือ "นิตยานุกูล" อำเภอท่าเรือ  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ขึ้นบน
หมวดที่ 6 บทเฉพาะกาล
ข้อ 41ข้อบังคับฉบับนี้ ให้เริ่มใช้ข้อบังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
ข้อ 42เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ

 

พล.ต.ท. (สมยศ   พุ่มพันธ์ม่วง)
ผู้จัดทำข้อบังคับ
เขียนเมื่อ : 2012-03-08 09:33:24 | เปิด 2517 ครั้ง

สารบัญ
หมวดที่ 1 ความทั่วไป
หมวดที่ 2 สมาชิก
หมวดที่ 3 การดำเนินกิจการสมาคม
หมวดที่ 4การประชุมใหญ่
หมวดที่ 5 การเปลี่ยนแปลง
หมวดที่ 6 บทเฉพาะกาล